THE MACALLAN 1939 40 YEAR OLD

The Macallan

 

The Macallan ” แมคคัลแลน ” ปี 1939 ขวดนี้ ถูกหมักบ่มมานานกว่า 40 ปี และบรรจุขวดออกวางขายใน 1979

โดยเป็นเหล้าพี่น้องกับซีรีย์หายากในตระกูล TheMacallan ทั้งหลาย ผู้ผลิตกล่าวว่าขวดนี้เป็นเหล้าที่ทั่วไปสามารถซื้อได้

และยังหาง่ายกว่าเหล้าตระกูลเดียวกันในคอลเลคชั่นปีเก่ากว่าด้วย โดยผู้ดื่มสามารถลิ้มรสชาตินุ่มนวลและความหอมของ TheMacallan

ได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของราคาที่ผู้ผลิตยืนยันว่าราคาถูกแล้ว แต่เห็นทีผู้ดื่มคงจะถึงขั้นกระเป๋าฉีกแน่ ๆ

****โดยมีราคา : 10,125 USD หรือเป็นเงินไทย 306,281 THB ****

แหล่งที่มา th.liq9.asia

‘VODKA’

VODKA

 

 

” VODKA “ เครื่องดื่มจากแดนหมีขาว หนึ่งในตัวเลือกที่ขาดไม่ได้ในทุกๆปาร์ตี้ วันนีเรามาดู สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเจ้าVodka กันครับ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำพวก Vodka นั้นเริ่มดื่มกันในประเทศกลุ่มสแกนดิเวีย(พวกรัสเซีย ยูเครน แถบยุโรปตะวันออกนั่นเอง)

โดยที่พวกเค้าจะนำVodka ไปแช่กลางหิมะให้มีเกล็ดน้ำแข็งรอบแก้ว การดื่มVodkaที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงจะทำให้ร่างกายนั้นอบอุ่นขึ้น

สิ่งที่ทำให้เจ้าVodkaได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั้น คงเป็นเพราะการที่ตัว Vodka ไม่มีกลิ่นฉุนเหมือน Whiskey หรือพวก Gin ต่างๆ

ทำให้สามารถผสมกับผลไม้ต่างๆได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดื่มกับมะนาวฝานจิ้มเกลือ หรือแม้แต่ผสมเป็น Cocktails ชื่อดังต่างๆมากมาย

แหล่งที่มา sanook.

เมอริเดียน

MERIDIAN เป็นบรั่นดีเกรด V.S.O.P

MERIDIAN เป็นบรั่นดีเกรด V.S.O.P (very Special Old Pale) ภายใต้แรงบันดาลใจของการผลิตบรั่นดีแท้จากประเทศฝรั่งเศส

โดยหมักสุราจากผลไม้ชั้นดีที่นำวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น องุ่น และผลไม้ชนิดอื่นๆ มาหมัก กลั่นในหอกลั่นทองแดง

(Copper Pot Still) และบ่มในถังไม้โอ๊คลีมูแซง (Limousin) เป็นเวลา 4 ปีขึ้นไป จนได้สีทองอำพัน กลิ่นหอมละมุน

และรสชาติที่นุ่มนวลอย่างมีเอกลักษณ์ มีปริมาณแอลกอฮอล์ 38 ดีกรี และมีการออกแบบรูปทรงขวดอย่างพีถีพิถัน

ประเภทผลิตภัณฑ์ บรั่นดี  meridean.png (232?231) วัตถุดิบหลัก องุ่นและผลไม้อื่นๆ ปริมาณแอลกอฮอล์ 38% โดยปริมาตร

สี สีทองอำพัน  ชนิด ขนาดบรรจุ ปริมาตรบรรจุ 700 มล.และ 350 มล. ขนาดบรรจุลัง ขวดแบน 350 มล. และขวดกลม 700 มล.

12 ขวด / ลัง โรงงานผู้ผลิต บริษัท ยูไนเต็ดไวน์เนอรี่ แอนด์ดิสทริลเลอรี่ จำกัด

แหล่งที่มา thaibev 

Jim Beam

Jim Beam Double Oak

 

”  Jim Beam Double Oak  เป็นเครื่องดื่ม สุดพรีเมี่ยมในตระกูล จิม บีม ตัวล่าสุดที่ทุกคนรอคอย ซึ่งได้ทำการรังสรรค์จากเบอร์เบินเลื่องชื่อของเคนตั๊กกี้ โดยการหมักบ่มในถังไม้โอ๊คอเมริกัน ไม่เพียงแค่หนึ่งถังแต่มากถึงสอง

ถังทีเดียว การรังสรรค์จากความเชี่ยวชาญการบ่มครั้งแรกนั้น เกิดขึ้นในถังไม้โอ๊คอเมริกันขาวรมไฟใหม่ (new charred American white oak barrels ) เฉกเช่นเบอร์เบินจากเคนตั๊กกี้อื่นๆของ จิม บีม ก่อนจะถูกถ่ายไปยังถังไม้โอ๊คที่สอง (a second charred oak barrel) สำหรับการหมักบ่มในช่วงต่อไป

Jim Beam Double Oak เป็นเครื่องดื่มสุดพรีเมี่ยมในตระกูล จิม บีม ตัวล่าสุดที่ทุกคนรอคอย ซึ่งได้ทำการรังสรรค์จากเบอร์เบินเลื่องชื่อของเคนตั๊กกี้ โดยการหมักบ่มในถังไม้โอ๊คอเมริกัน ไม่เพียงแค่หนึ่งถังแต่มากถึงสองถังทีเดียว การรังสรรค์จากความเชี่ยวชาญการบ่มครั้งแรกนั้น เกิดขึ้นในถังไม้โอ๊คอเมริกันขาวรมไฟใหม่ (new charred American white oak barrels ) เฉกเช่นเบอร์เบินจากเคนตั๊กกี้อื่นๆของ จิม บีม ก่อนจะถูกถ่ายไปยัง

ถังไม้โอ๊คที่สอง (a second charred oak barrel) สำหรับการหมักบ่มในช่วงต่อไป
กระบวนการผลิตโดยใช้ถังไม้สองครั้ง จะทำให้ผลิตภัณฑ์สัมผัสกับเนื้อไม้ได้อย่างดียิ่งขึ้น อันเป็นการดึงเอารสชาติที่นุ่มลึก และมีความสมดุลอย่างลงตัวออกมาได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์ก็คือรสที่เข้มแต่มีสัมผัสที่นุ่มนวล ซึ่งสามารถลิ้มรสได้ทั้งในแบบ ออนเดอะร็อค หรือ ในแบบ ดับเบิล โอ๊ค แฟชั่น ดังนั้นผู้ดื่มจะได้เพลิดเพลินไปกับกลิ่นวนิลา และกลิ่นไม้รมไฟเบาๆ ซึ่งจะนำไปสู่สัมผัสของกลิ่นไม้ถ่าน และกลิ่นไม้โอ๊ค โดยทิ้งไว้ซึ่งรสสัมผัส

ของคาราเมลและท๊อฟฟี่ รสสัมผัสสุดท้ายนี้ทำให้รู้ถึงความสมดุลที่เป็นเลิศของไม้โอ๊ดโดยรู้สึกได้บริเวณเพดานปาก
จิม บีม ได้ประกาศการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกใหม่ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นย่างก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของขวดเบอร์เบิน ของจิม บีมในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่กลางปี 2016 พอร์ตโฟลิโอของ จิม บีมก็ได้ทำการอัพเดทรูปโฉม และสไตล์ภายนอกของขวดให้สะท้อนถึงเบอร์เบินระดับพรีเมี่ยมที่ถูกบรรจุอยู่ในขวด ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังคงดำเนินตามสูตรเฉพาะของตระกูลจิม บีม ที่สืบทอดกันมากว่า 200 ปี การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่นี้เป็นการปรับปรุงโครงสร้างขวดให้ดูพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น รวมถึง รูปลักษณ์ที่ดูสดใสมากขึ้น ฉลากที่ออกแบบดูสะอาดตาบนกระดาษ ฟอยล์สีทองคุณภาพสูงและเคลือบแบบด้าน สัญลักษณ์โรงกลั่นที่ดูมีชีวิตชีวากว่าเดิม พร้อมโลโก้ “ลายดอกกุหลาบ” ที่สละสลวย และผนึกปิดขวดที่มีเอกลักษณ์พิเศษด้วยลายเส้นที่บ่งบอกถึงความมีระดับ

แหล่งที่มา glamthailand

เบียร์สิงห์ singha

เบียร์สิงห์

 

เบียร์สิงห์ เป็นเบียร์ ไทยผลิตโดยบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จำหน่ายโดยบริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด

ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สิงห์ คอร์ปอเรชั่น บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัดก่อตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช 2476 โดยพระยาภิรมย์ภักดี

ผู้มีเป้าหมายที่จะบุกเบิกและพัฒนาอุตสาหกรรมเบียร์แห่งแรกของประเทศไทย ให้มีมาตรฐานและประสิทธิภาพสูง

เพื่อผลิตเบียร์ไทยที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทบุญรอดฯได้ชื่อว่าเป็นโรงเบียร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและมีศักยภาพ

ในการผลิตเบียร์ถึง 800 ล้านลิตรต่อปี ภายใต้เครื่องหมายการค้า “สิงห์” “ลีโอ” และ “ไท-เบียร์”

เบียร์-สิงห์ มีจุดแข็งที่สำคัญคือ เบียร์ไทยเจ้าแรก ซึ่งสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อได้ยินคำว่า เบียร์ไทย

ผู้บริโภคสามารถเชื่อมโยงถึงเบียร์-สิงห์ ได้ทันที เบียร์-สิงห์ มีการชูจุดขายที่ว่า “เมืองไทยของเรา เบียร์ไทยของเรา” มาสร้างความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ CRM

จัดเทศกาลอาหาร ประเพณีกีฬาท้องถิ่น สำหรับกลุ่มระดับรากหญ้า ด้านคนเมือง ยึดมิวสิค สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง สื่อสารกลุ่มคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ยังทำกิจกรรม ณ จุดขายมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายคือ คนที่ยังไม่เคยดื่ม มาทดลองดื่ม

และรักษาฐานลูกค้าที่ดื่มสิงห์อยู่แล้วให้เหนียวแน่น คาดว่าในอนาคต คู่แข่งในตลาดจะหันมาทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้มากขึ้น

เนื่องมาจากภาครัฐมีข้อจำกัดเวลาในการโฆษณาทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มชูกำลัง ทั้งนี้ เบียร์-สิงห์ คงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

เนื่องจาก สิงห์ประสบความสำเร็จด้านแบรนด์เป็นที่รู้จักและมีความต่อเนื่องของกิจกรรมทางการตลาดอยู่แล้ว ทั้งทางด้านดนตรีและกีฬา (Music & Sport Marketing)

แหล่งที่มา jeksingha.blogspot

เตกีลา (Tequilla)

 Tequilla

 

” Tequilla เตกีลา ” เครื่องดื่มอีกประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกินแบบเพียวๆ หรือการดัดแปลงเป็นเครื่องดื่มอีกแบบเพื่อสร้างรสชาติที่แปลกใหม่ หรือเหล้าพื้นเมืองเม็กซิโก
เตกีลาเป็นเหล้าสีขาวกลิ่นแรง หมักจากพืชที่เรียกว่า Mezcal ผลิตในประเทศเม็กซิโก ปกติเตกีลาจะมีสีขาว แต่บางชนิดมีสีเหลืองทองจากการเก็บบ่มในถังไม้ ปกติชาวพื้นเมืองเม็กซิโก นิยมดื่มเหล้าเตกีลาโดยไม่ผสม แต่บ้านเรามักจะนิยมใส่แก้ว Shot ก้นหนาๆ เพื่อนำไปกระแทกกับโต๊ะพื้นไม้ หรือโฟเมก้า ให้มีเสียงดังๆ ก่อนดื่ม และจะหยิบเกลือใส่ปากก่อนแล้วบีบมะนาวตาม จากนั้นก็จะยกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เพื่อให้รสชาติของเหล้าคลุกเคล้ากับเกลือ และมะนาวในปาก

แหล่งที่มา sanook

Hoegaarden

เบียร์ Hoegaarden

เบียร์ Hoegaarden ฮูการ์เด้น หรือ โฮการ์เด้น  นั้นมีถิ่นกำเนิดจากหมู่บ้าน Hoegaarden ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าหมู่บ้านนี้เลื่องชื่อในเรื่องของเบียร์ขาว

ซึ่งเรื่องราวของเบียร์ Hoegaarden นั้นเริ่มต้นในศตวรรษที่ 19 หมู่บ้าน Hoegaarden นั้นมีโรงผลิตเบียร์ถึง 13 โรง และยังมีโรงกลั่นเบียร์ถึง 9 โรงด้วยกัน

สูตรของเบียร์ Hoegaarden ฮูการ์เด้น หรือ โฮการ์เด้น นั้นได้ถูกปรับแต่งโดยคนในหมู่บ้านโดยที่มีส่วนประกอบหลักๆ คือ น้ำ ยีส ข้าว ฮ๊อพส์ เปลือกส้ม corainder และอื่นๆอีกมากมาย รส ชาติ: เป็นWheat beer(วีท

เบียร์)เบียร์สีขุ่น มีส่วนผสมของ Coriander(ผักชี) คนไม่ชอบผักชีก็ดื่มได้ และ Hoegaarden ฮูการ์เด้น หรือ โฮการ์เด้น ได้ ใส่ orange peel(ผิวส้ม) ทำให้ดื่มแล้วสดชื่นมีกลิ่นผลไม้ปนนิดๆ

แหล่งที่มา hoegaardenforu

 …

ไฮเนเก้น (Heineken)

ไฮเนเก้น

 

” ไฮเนเก้น ” ประวัติของเบียร์ไฮเนเก้นในเอเชียเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2474 เบียร์ไฮ เนเก้น เริ่มมีการผลิตครั้งแรกในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2538 เบียร์ไฮ เนเก้นได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยมาประมาณ 10 ปี เบียร์ไฮ

เนเก้นเป็นเบียร์พรีเมี่ยมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย โดยครอบครองส่วนแบ่งตลาดเบียร์พรีเมี่ยมในเมืองไทยถึง 95% ไฮ เนเก้นเป็นกลุ่มผู้ผลิตเบียร์ที่มีธุรกิจในหลากหลายประเทศที่สุดในโลก โดยมีกิจการในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก และมีการผลิตในกว่า 50 ประเทศ ในโรงกลั่นเบียร์กว่า 110 แห่ง

ไฮ เนเก้น (Heineken) มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เมืองแอมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เริ่มกำเนิดในเมื่อ 142 ปีที่แล้ว ค.ศ.1863 โดยเป็นธุรกิจครอบครัวของ เจอร์ราด อาเดรียน ไฮ เนเก้น ชาวดัตช์ ได้เข้าซื้อกิจการโรงเบียร์เดอ ฮอยเบิร์ก (De Hooiberg) มาครอบครองในปี ค.ศ. 1863 ซึ่งเป็นโรงเบียร์ที่เก่าแก่ และก่อตั้งมานานกว่า 400 ปี คือนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2135 และตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ‘Heineken’s Bierbrouwerij Maatschappij’ ในปี 1873ขณะที่รสชาติและกระบวนการผลิต มีการยกย่อง เฮนรี่ ปิแอร์ ไฮเนเก้น (Henry Pierre Heineken) ลูกชายของเจอร์ราร์ด โดยเป็นผู้ปรับปรุงกระบวนการผลิต ให้ไฮเนเก้นมีคุณภาพที่ดีจนถึงทุกวันนี้ ส่วนบุคคลที่พา ไฮ เนเก้น กลายขึ้นมาเป็นเบียร์อันดับ 1 ของโลก เป็นรุ่นที่ 3 ของตระกูลไฮ เนเก้น คือนาย อัลเฟรด เฮนรี่ เฟรดดี้ ไฮเนเก้น (Alfred Henry “Freddy” Heineken)

แหล่งที่มา heineken-pimchanok.blogspot

 …

ครบรอบ 25 ปี แห่งคุณภาพ เปิดตัวเบียร์ใหม่ล่าสุด ช้าง 25 ปี ” โคลด์ บริว ลาเกอร์ “

โคลด์บริวลาเกอร์

 

” โคลด์บริวลาเกอร์ “ จัดงานฉลองครบรอบ 25 ปี อย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวเบียร์ใหม่ล่าสุด ช้าง 25 ปี  ที่ได้ตอกย้ำแนวคิด “ละเมียด ด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบชั้นดีจาก มอลต์ 100% ผ่าน Cold Brew

Process คือ กรรมวิธีการกรองเบียร์ในอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง (Sub-Zero Filtration) ที่ทำให้ได้ผลลัพธ์อันเป็นเอกลักษณ์ คือ นุ่ม สดชื่น ดื่มง่าย และมีกลิ่นหอม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ดีหลังเริ่มกระจายสินค้าในห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำ ทั่วประเทศ

คุณโฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยใหญ่ผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจเบียร์ประเทศไทยและผู้บริหารสูงสุดกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง กล่าวถึงความพิเศษของการฉลองครบรอบ 25 ปีในครั้งนี้ว่า “ช้าง ให้ความสำคัญกับคำว่า

มิตรภาพเสมอ ซึ่งตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่น ตั้งใจ ในการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค โดยดึงแนวคิด “ละเมียด” มาใช้ในทุกกระบวนการผลิต และในปีนี้ ช้าง ได้นำเสนอ “ช้าง โคลด์

บริว ลาเกอร์” เบียร์ใหม่ที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 25 ปี ของช้างโดยเฉพาะ และเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคในเรื่องความพรีเมียมทั้งรูปลักษณ์และรสชาติ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

างยังคงมีอัตราการเติบโตเป็นบวกในตลาด และเรายังคงสานต่อเจตนารมณ์ที่จะขึ้นอันดับ 1 ในประเทศไทย โดยช้างมีจุดเปลี่ยน (Turning Point) จากการเปลี่ยนเป็นช้างขวดเขียว เมื่อ 5 ปีก่อน ทำให้ภาพลักษณ์เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น และเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคนับแต่นั้น โดยการทำเบียร์รุ่นพิเศษ “ช้าง โคลด์ บริว ลาเกอร์” นี้ ก็เพื่อเฉลิมฉลองช้างครบรอบ 25 โดยเราได้สำรวจจากความต้องการของผู้บริโภคกลุ่ม Premium Mass ที่มี

ความต้องการด้านคุณภาพ (Quality), รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ (Flavor) และบรรจุภัณฑ์ที่เรียบหรู (Packaging) ซึ่งช้าง “ช้าง โคลด์ บริว ลาเกอร์” ตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยใช้วัตถุดิบมอลต์นำเข้า 100% ผ่านขั้นตอนการผลิต Cold Brew Process ที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของช้าง ทำให้ได้รสชาติละเมียด กลิ่นหอมอ่อน โปร่ง นุ่ม มาพร้อมฉลากดีไซน์สวยหรู

สำหรับผลตอบรับในช่วงแรกที่ “ช้าง โคลด์ บริว ลาเกอร์” วางจำหน่ายโดยเราโฟกัสตลาดระดับบน (Premium Mass) และทดลองขายเฉพาะบางจังหวัด ก็พบว่ากระแสตอบรับดี ซึ่งปัจจุบันเราได้วางจำหน่ายใน Modern Trade แล้วทั่วประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการสานต่อมิตรภาพผ่านการสร้างประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ตามแนวคิด “ช้าง…เติมเต็มคำว่าเพื่อน”

แหล่งที่มา positioningmag.…

ครั้งแรกกับวงการเบียร์ไทย LEO ขวดอะลูมีเนียม Limited Edition !!

LEO

 

LEO ผู้นำตลาดเบียร์ในประเทศไทย ได้เดินเกมแพ็คเกจจิ้งสุดล้ำ เปลี่ยนขวดสีชาสุดคลาสสิคเป็นขวดอะลูมีเนียมสุดพรีเมี่ยม Limited Edition จำนวน 3 สี

ได้แก่ สีแดง สีดำ และสีเงิน เพียงแค่ 600,000 ขวดเท่านั้น ขึ้นแท่น Rare Item ของคอเบียร์แน่นอน สำหรับคนชอบสะสมไม่ควรพลาด
ปีนี้ได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ในวงการเบียร์มากมายตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว ซึ่งปกติแล้วคนไทยจะคุ้นเคยกับเบียร์ในบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดแก้ว และกระป๋องอะลูมีเนียมเสียส่วนใหญ่ แต่ในปีนี้ ลิโอ ที่ถือว่าเป็นผู้นำตลาด เบียร์จากค่าย “สิงห์ คอร์เปเรชั่น” ได้เปิดนวัตกรรมใหม่ “ขวดอะลูมีเนียม” ถือเป็นครั้งแรกของวงการเบียร์ในประเทศไทย เพราะยังไม่เคยมีผู้เล่นรายไหนใช้ขวดอะลูมีเนียมมาก่อน

ถ้ามองไปถึงโจทย์ใหญ่ในการออกนวัตกรรมนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องการสร้างสีสันในตลาด และการเป็นผู้นำเทรนด์ในตลาด เพราะเบียร์ขวดอะลูมีเนียมอาจจะเคยเห็นในต่างประเทศมาบ้างแล้ว แต่ในเมืองไทยต้องบอกว่าเป็นผู้เล่นรายแรกจริงๆ

แหล่งที่มา brandinside.asia