เตกีลา (Tequilla)

 Tequilla

 

” Tequilla เตกีลา ” เครื่องดื่มอีกประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกินแบบเพียวๆ หรือการดัดแปลงเป็นเครื่องดื่มอีกแบบเพื่อสร้างรสชาติที่แปลกใหม่ หรือเหล้าพื้นเมืองเม็กซิโก
เตกีลาเป็นเหล้าสีขาวกลิ่นแรง หมักจากพืชที่เรียกว่า Mezcal ผลิตในประเทศเม็กซิโก ปกติเตกีลาจะมีสีขาว แต่บางชนิดมีสีเหลืองทองจากการเก็บบ่มในถังไม้ ปกติชาวพื้นเมืองเม็กซิโก นิยมดื่มเหล้าเตกีลาโดยไม่ผสม แต่บ้านเรามักจะนิยมใส่แก้ว Shot ก้นหนาๆ เพื่อนำไปกระแทกกับโต๊ะพื้นไม้ หรือโฟเมก้า ให้มีเสียงดังๆ ก่อนดื่ม และจะหยิบเกลือใส่ปากก่อนแล้วบีบมะนาวตาม จากนั้นก็จะยกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เพื่อให้รสชาติของเหล้าคลุกเคล้ากับเกลือ และมะนาวในปาก

แหล่งที่มา sanook

Hoegaarden

เบียร์ Hoegaarden

เบียร์ Hoegaarden ฮูการ์เด้น หรือ โฮการ์เด้น  นั้นมีถิ่นกำเนิดจากหมู่บ้าน Hoegaarden ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าหมู่บ้านนี้เลื่องชื่อในเรื่องของเบียร์ขาว

ซึ่งเรื่องราวของเบียร์ Hoegaarden นั้นเริ่มต้นในศตวรรษที่ 19 หมู่บ้าน Hoegaarden นั้นมีโรงผลิตเบียร์ถึง 13 โรง และยังมีโรงกลั่นเบียร์ถึง 9 โรงด้วยกัน

สูตรของเบียร์ Hoegaarden ฮูการ์เด้น หรือ โฮการ์เด้น นั้นได้ถูกปรับแต่งโดยคนในหมู่บ้านโดยที่มีส่วนประกอบหลักๆ คือ น้ำ ยีส ข้าว ฮ๊อพส์ เปลือกส้ม corainder และอื่นๆอีกมากมาย รส ชาติ: เป็นWheat beer(วีท

เบียร์)เบียร์สีขุ่น มีส่วนผสมของ Coriander(ผักชี) คนไม่ชอบผักชีก็ดื่มได้ และ Hoegaarden ฮูการ์เด้น หรือ โฮการ์เด้น ได้ ใส่ orange peel(ผิวส้ม) ทำให้ดื่มแล้วสดชื่นมีกลิ่นผลไม้ปนนิดๆ

แหล่งที่มา hoegaardenforu

 …

ไฮเนเก้น (Heineken)

ไฮเนเก้น

 

” ไฮเนเก้น ” ประวัติของเบียร์ไฮเนเก้นในเอเชียเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2474 เบียร์ไฮ เนเก้น เริ่มมีการผลิตครั้งแรกในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2538 เบียร์ไฮ เนเก้นได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยมาประมาณ 10 ปี เบียร์ไฮ

เนเก้นเป็นเบียร์พรีเมี่ยมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย โดยครอบครองส่วนแบ่งตลาดเบียร์พรีเมี่ยมในเมืองไทยถึง 95% ไฮ เนเก้นเป็นกลุ่มผู้ผลิตเบียร์ที่มีธุรกิจในหลากหลายประเทศที่สุดในโลก โดยมีกิจการในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก และมีการผลิตในกว่า 50 ประเทศ ในโรงกลั่นเบียร์กว่า 110 แห่ง

ไฮ เนเก้น (Heineken) มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เมืองแอมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เริ่มกำเนิดในเมื่อ 142 ปีที่แล้ว ค.ศ.1863 โดยเป็นธุรกิจครอบครัวของ เจอร์ราด อาเดรียน ไฮ เนเก้น ชาวดัตช์ ได้เข้าซื้อกิจการโรงเบียร์เดอ ฮอยเบิร์ก (De Hooiberg) มาครอบครองในปี ค.ศ. 1863 ซึ่งเป็นโรงเบียร์ที่เก่าแก่ และก่อตั้งมานานกว่า 400 ปี คือนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2135 และตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ‘Heineken’s Bierbrouwerij Maatschappij’ ในปี 1873ขณะที่รสชาติและกระบวนการผลิต มีการยกย่อง เฮนรี่ ปิแอร์ ไฮเนเก้น (Henry Pierre Heineken) ลูกชายของเจอร์ราร์ด โดยเป็นผู้ปรับปรุงกระบวนการผลิต ให้ไฮเนเก้นมีคุณภาพที่ดีจนถึงทุกวันนี้ ส่วนบุคคลที่พา ไฮ เนเก้น กลายขึ้นมาเป็นเบียร์อันดับ 1 ของโลก เป็นรุ่นที่ 3 ของตระกูลไฮ เนเก้น คือนาย อัลเฟรด เฮนรี่ เฟรดดี้ ไฮเนเก้น (Alfred Henry “Freddy” Heineken)

แหล่งที่มา heineken-pimchanok.blogspot

 …

ครบรอบ 25 ปี แห่งคุณภาพ เปิดตัวเบียร์ใหม่ล่าสุด ช้าง 25 ปี ” โคลด์ บริว ลาเกอร์ “

โคลด์บริวลาเกอร์

 

” โคลด์บริวลาเกอร์ “ จัดงานฉลองครบรอบ 25 ปี อย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวเบียร์ใหม่ล่าสุด ช้าง 25 ปี  ที่ได้ตอกย้ำแนวคิด “ละเมียด ด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบชั้นดีจาก มอลต์ 100% ผ่าน Cold Brew

Process คือ กรรมวิธีการกรองเบียร์ในอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง (Sub-Zero Filtration) ที่ทำให้ได้ผลลัพธ์อันเป็นเอกลักษณ์ คือ นุ่ม สดชื่น ดื่มง่าย และมีกลิ่นหอม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ดีหลังเริ่มกระจายสินค้าในห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำ ทั่วประเทศ

คุณโฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยใหญ่ผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจเบียร์ประเทศไทยและผู้บริหารสูงสุดกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง กล่าวถึงความพิเศษของการฉลองครบรอบ 25 ปีในครั้งนี้ว่า “ช้าง ให้ความสำคัญกับคำว่า

มิตรภาพเสมอ ซึ่งตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่น ตั้งใจ ในการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค โดยดึงแนวคิด “ละเมียด” มาใช้ในทุกกระบวนการผลิต และในปีนี้ ช้าง ได้นำเสนอ “ช้าง โคลด์

บริว ลาเกอร์” เบียร์ใหม่ที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 25 ปี ของช้างโดยเฉพาะ และเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคในเรื่องความพรีเมียมทั้งรูปลักษณ์และรสชาติ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

างยังคงมีอัตราการเติบโตเป็นบวกในตลาด และเรายังคงสานต่อเจตนารมณ์ที่จะขึ้นอันดับ 1 ในประเทศไทย โดยช้างมีจุดเปลี่ยน (Turning Point) จากการเปลี่ยนเป็นช้างขวดเขียว เมื่อ 5 ปีก่อน ทำให้ภาพลักษณ์เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น และเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคนับแต่นั้น โดยการทำเบียร์รุ่นพิเศษ “ช้าง โคลด์ บริว ลาเกอร์” นี้ ก็เพื่อเฉลิมฉลองช้างครบรอบ 25 โดยเราได้สำรวจจากความต้องการของผู้บริโภคกลุ่ม Premium Mass ที่มี

ความต้องการด้านคุณภาพ (Quality), รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ (Flavor) และบรรจุภัณฑ์ที่เรียบหรู (Packaging) ซึ่งช้าง “ช้าง โคลด์ บริว ลาเกอร์” ตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยใช้วัตถุดิบมอลต์นำเข้า 100% ผ่านขั้นตอนการผลิต Cold Brew Process ที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของช้าง ทำให้ได้รสชาติละเมียด กลิ่นหอมอ่อน โปร่ง นุ่ม มาพร้อมฉลากดีไซน์สวยหรู

สำหรับผลตอบรับในช่วงแรกที่ “ช้าง โคลด์ บริว ลาเกอร์” วางจำหน่ายโดยเราโฟกัสตลาดระดับบน (Premium Mass) และทดลองขายเฉพาะบางจังหวัด ก็พบว่ากระแสตอบรับดี ซึ่งปัจจุบันเราได้วางจำหน่ายใน Modern Trade แล้วทั่วประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการสานต่อมิตรภาพผ่านการสร้างประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ตามแนวคิด “ช้าง…เติมเต็มคำว่าเพื่อน”

แหล่งที่มา positioningmag.…

ครั้งแรกกับวงการเบียร์ไทย LEO ขวดอะลูมีเนียม Limited Edition !!

LEO

 

LEO ผู้นำตลาดเบียร์ในประเทศไทย ได้เดินเกมแพ็คเกจจิ้งสุดล้ำ เปลี่ยนขวดสีชาสุดคลาสสิคเป็นขวดอะลูมีเนียมสุดพรีเมี่ยม Limited Edition จำนวน 3 สี

ได้แก่ สีแดง สีดำ และสีเงิน เพียงแค่ 600,000 ขวดเท่านั้น ขึ้นแท่น Rare Item ของคอเบียร์แน่นอน สำหรับคนชอบสะสมไม่ควรพลาด
ปีนี้ได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ในวงการเบียร์มากมายตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว ซึ่งปกติแล้วคนไทยจะคุ้นเคยกับเบียร์ในบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดแก้ว และกระป๋องอะลูมีเนียมเสียส่วนใหญ่ แต่ในปีนี้ ลิโอ ที่ถือว่าเป็นผู้นำตลาด เบียร์จากค่าย “สิงห์ คอร์เปเรชั่น” ได้เปิดนวัตกรรมใหม่ “ขวดอะลูมีเนียม” ถือเป็นครั้งแรกของวงการเบียร์ในประเทศไทย เพราะยังไม่เคยมีผู้เล่นรายไหนใช้ขวดอะลูมีเนียมมาก่อน

ถ้ามองไปถึงโจทย์ใหญ่ในการออกนวัตกรรมนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องการสร้างสีสันในตลาด และการเป็นผู้นำเทรนด์ในตลาด เพราะเบียร์ขวดอะลูมีเนียมอาจจะเคยเห็นในต่างประเทศมาบ้างแล้ว แต่ในเมืองไทยต้องบอกว่าเป็นผู้เล่นรายแรกจริงๆ

แหล่งที่มา brandinside.asia

แสงโสม (สุรา) ไทย

แสงโสม

 

” แสงโสม ” เป็นสุราในประเทศไทย ประเภท” รัม ” กลั่นจากอ้อย ได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2520

โดยการปรุงของนาย จุล กาญจนลักษณ์ จาก โรงงานสุราแสงโสม จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นต้นกำเนิดบริษัท แสง โสม จำกัด

แสง โสมเกิดจากกระบวนการหมัก กลั่น และเก็บบ่มแอลกอฮอล์ในถังไม้โอ๊คนาน 3 ปี, 5 ปี และ 10 ปี แล้วปรุงแต่งรสด้วยหัวเชื้อพิเศษ

ที่ปรุงขึ้นจากส่วนผสมของเครื่องเทศ และสมุนไพรนับร้อยชนิด

แสง-โสมขายได้กว่า 70 ล้านลิตรต่อปี ในประเทศไทย และครองตลาด 70% ของเหล้าประเภทนี้

แสง-โสมได้รับรางวัลเหรียญทอง รางวัล Golden Award 3 ครั้ง โดยครั้งแรกในปี 2525 ปี 2526 และปี 2549

และชนะรางวัลการประกวด สุรา ณ เมืองดุซเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ในปี พ.ศ. 2526 แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันส่วนใหญ่ตัดสิน

จากความสวยงามของบรรจุภัณฑ์จึงเป็นที่มาของชื่อ แสงโสมเหรียญทอง

แหล่งที่มา th.wikipedia