chivas regal 12 วิสกี้ที่แตกต่างจากสก็อตวิสกี้ทั่วไป

chivas regal 12

chivas regal 12 เป็นสก็อตวิสกี้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้วจะถูกใส่ในถังไม้โอ๊ค เก็บบ่มในโรงเก็บบ่ม
ข้างในโรงเก็บบ่มจะถูกก่อสร้างด้วยหินสกัด มีพื้นเป็นดินเพื่อเกิดความชุ่มชื้น รวมทั้งอุณหภูมิที่พอเหมาะกับ
การเก็บบ่ม เพื่อให้ได้รสชาติที่นุ่มละมุนกลมกล่อมในแบบของสก็อตวิสกี้อย่างแท้จริง

ดังนี้ช่วงเวลาในการเก็บบ่มก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่มีผลต่อรสชาติรวมทั้งความอ่อนนุ่มละมุน
สำหรับชีวาส รีกัล พวกเราใช้เวลาถึง 12 ปี เก็บบ่มจนมั่นใจในรสชาติของสก็อตวิสกี้ระดับพรีเมี่ยม

CANTINE LEONARDO DA VINCI

CANTINE LEONARDO DA VINCI CHIANTI RISERVA

CANTINE LEONARDO

มาเปลี่ยนแนวไปกับไวน์แดงอิตาลี่แท้ๆ ที่เห็นแค่ฉลากก็รู้แล้วว่ามาจากอิตาลี แถม Leonardo Da Vinci Chianti Riserva
ฉลากนี้ ยังได้ DOCG เครื่องหมายรับรองมาตราฐานของไวน์อิตาลี่ระดับสูง รสชาติอร่อยแบบไวน์อิตาลี่ขนานแท้
ใครที่มองหาไวน์อิตาลี่อยู่ละก็ Leonardo Da Vinci Chianti Riserva ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

ROBERT MONDAVI WOODBRIDGE

ROBERT MONDAVI WOODBRIDGE ZINFANDEL

ROBERT MONDAVI

Woodbridge คือไวน์อีกหนึ่งรุ่นของ Robert Mondavi 1 ในผู้ผลิตไวน์ชั้นนำของโลกจากอเมริกา การันตีด้วยคุณภาพ
และรสชาติซึ่งเป็นที่โปรดปรานของนักดื่มไวน์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนต่อรุ่นไหน และยิ่งรุ่น Woodbridge Zinfande
l ที่ผลิตจากพันธุ์องุ่น Zinfandel ซึ่งขึ้นชื่ออย่างมากที่อเมริกา บอกเลยว่าขวดนี้ต้องลองให้ได้สักครั้ง
เรียกได้ว่า ชาติต้องได้ลิ้มลองสักน่อย

เอล (เบียร์)

เอลเบียร์

” เอลเบียร์ ”  เป็นคำที่มีมาแต่โบราณใช้หมายถึงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์
ที่ทำมาจากมอลต์จากข้าวบาเลย์เครื่องดื่มที่ใกล้เคียงกับเครื่องดื่มเอลดั้งเดิมนี้เป็น Real ale ในประเทศอังกฤษ เอลในทุกวันนี้ใช้หมายความว่าเบียร์สดซึ่งเมื่อประมาณมากกว่า 400 ปีก่อนนี้ เอลนั้นหมักโดยไม่การผสมฮอปส์เอลเป็นเบียร์ที่หมักโดยใช้ยีสต์ชนิดหมักลอยผิว (top-fermenting yeast)ที่อุณหภูมิปกติของห้องใต้ดินโดยประมาณ15-20 องศาเซลเซียสซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สูงกว่าที่ใช้สำหรับการหมักลาเกอร์แล้วก็ชอบเสิร์ฟที่อุณหภูมิสูงยิ่งกว่าด้วยเช่นกันโดยปกติแล้วจะมีแอลกอฮอล์ที่สูงกว่า และก็น้ำเบียร์สดจะเข้มข้นกว่าลาเกอร์ในสมัยที่ก่อนจะมีการนำฮอปส์จากฮอลล์แลนด์ไปสู่อังกฤษ ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 นั้น คำว่า “เอล” คือเฉพาะ

เครื่องดื่มที่หมักโดยไม่มีฮอปส์ และถัดมาคำว่า “เบียร์” ใช้เป็นเครื่องดื่มจากการหมักดองที่ผสมฮอปส์ในขณะนี้ความแตกต่างในรูปแบบนี้ได้ถูกเลิกใช้ไป แล้วในหลายเมืองของสหรัฐฯนั้น ข้อบังคับเมืองได้กำหนดให้คำ “เอล” นั้นหมายความว่า เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ใดๆก็ตามจากการดองเมล็ดพืชที่มีระดับแอลกอฮอล์สูงเกินกว่าระดับแอลกอฮอล์ของเครื่องดื่มที่จะเรียกว่า “เบียร์” ได้โดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่นึกถึงลักษณะของการหมักรวมทั้งชนิดของยีสต์ที่ใช้การใช้คำในรูปแบบนี้ได้แก่การใช้คำที่ซึ่งพูดได้ว่านำมาซึ่งความสับสนในสมัยก่อนชาวเวลส์และชาวสก็อต มีเอลที่แตกต่าง 2 ประเภทเป็นคอมมอนเอล รวมทั้ง สไปซ์เอล

Lager beer

ลาเกอร์เบียร์สด

ลาเกอร์เบียร์สด (Lager beer) ผลิตขึ้นมาจาก มอลต์ บางครั้งอาจใช้เมล็ดข้าวโพดแทนได้
สีของเบียร์จะไม่เข้ม แอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง
ประเทศไทยมีเบียร์สดชนิดนี้มากที่สุดเพราะว่ารสชาติถูกคอคนไทย
ผลิตมากในประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเบียร์ประเภทนี้ก็
ได้แก่ เบียร์สิงห์ คลอสเตอร์ ไฮเนเกน
ช้าง บัดไวเซอร์ คาร์ลส์ เบอร์กหากลดดีกรีแอลกอฮอล์ลงจะเปลี่ยนเป็นไลต์เบียร์ เช่น สิงห์ไลต์ บัดไลต์ และอื่นๆอีกมากมาย

” Canadian Whisky ” คานาเดี้ยน วิสกี้ สัญชาติ แคนนาดา !!


Canadian Whisky

” Canadian Whisky ” เป็นวิสกี้ที่สร้างจากประเทศแคนาดา โดยใช้เมล็ดข้าวไรน์ข้าวโพดข้าวสาลี
รวมทั้งข้าวบาร์เลย์ เป็นวัตถุดิบที่ใช้หมักผสมกันโดยอัตราส่วนตามแต่ผู้ผลิต แต่แคนาเดียนวิสกี้มีคนจำนวนมากที่มั่นใจ
ว่า
วัตถุดิบที่ประยุกต์ ใช้สำหรับการผลิตนั้นจะเป็นเมล็ดข้าวไรน์เยอะที่สุด จึงทำให้วิสกี้ประเภทนี้ถูกเรียกว่า
เป็นไรน์วิสกี้ประเภทหนึ่ง สำหรับขั้นตอนรวมทั้งกรรมวิธีการผลิตของวิสกี้จำพวกนี้ส่วนใหญ่
จะคล้ายกับวิสกี้ที่ผลิตขึ้นจากประเทศอเมริกา แต่ว่าจะไม่เหมือนกันเฉพาะระยะเวลาที่ใช้สำหรับการ บ่ม ก่อนจะบรรจุขวด
ออกวางขาย กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าหากเป็นแคนาเดียนวิสกี้ระยะเวลาในการบ่มก่อนที่จะส่งออกจัดจำหน่ายนั้นอย่างน้อย ปี
หรืออาจจะมากกว่า  สำหรับจำนวนแอลกอฮอล์ของแคนาเดียนวิสกี้จะประมาณ 86 – 90 Proof
ประเทศแคนาดา นอกเหนือจากที่จะมีการผลิตแคนาเดียนวิสกี้ แล้วยังมีการผลิตวิสกี้ที่เรียกว่า
Blended Canadian Whiskey ด้วย สำหรับแคนาเดียนวิสกี้และเบลแคนาเดียนวิสกี้
ที่มีจัดจำหน่ายในประเทศไทย และเป็นที่รู้จักของนักดื่มทั่วๆไป

โชจู วอดก้า แห่ง ประเทศญี่ปุ่น

 

เหล้าโชจู

เหล้าโชจู เป็นสุราชนิดหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่มักกลั่นจากข้าวบาร์เลย์
 มันเทศ หรือข้าว ปกติมีปริมาณแอลกอฮอล์โดยประมาณจำนวนร้อยละ 25
จึงแรงกว่าสาเก ซึ่งทำให้ได้รับการขนานนามว่า วอดกาแห่งประเทศญี่ปุ่น
โชจู
มีต้นกำเนิดมาจากเกาะคีวชู ปัจจุบันนี้มีการผลิตโชจูทั่วราชอาณาจักรประเทศญี่ปุ่น

โชจูสามารถแบ่งได้เป็นสองชนิดใหญ่เป็นแบบโค และแบบอตสึ
โชจู
แบบโคจะถูกกลั่นหลายครั้งจนกระทั่ง
ทำให้รสชาติที่เจือปนหายไปมีแอลกอฮอล์ไม่เกินปริมาณร้อยละ 36
ส่วนแบบอตสึจะถูกกลั่นเพียงแค่ครั้งเดียวทำให้เหลือกลิ่นเฉพาะของวัตถุดิบที่ใช้
มีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกินจำนวนร้อยละ 45

คนเกาหลีนิยมดื่มโซจูกันมากมายไม่ว่าจะในยามสังสรรค์หรือยามใดๆด้วยเหตุว่า
ราคาไม่แพงรวมทั้งหาซื้อได้ทั่วๆไป ในร้านขายของ
ร้านค้าสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต บาร์ และร้านอาหารไม่ว่าจะในเมืองเล็กหรือเมืองใหญ่
ต่างก็มีโซจูจำหน่าย โซจูมีหลายยี่ห้อ

 แบรนด์ที่มีชื่อเสียงรวมทั้งนิยมดื่มกันมากมีอยู่ แบรนด์ อย่างเช่น ชัมอีซึล ของบริษัทจินโร
 และก็ ออึมชอรอม ของบริษัทล็อตเต้โซจูกินได้กับของกินทุกประเภท
แม้กระนั้นที่นิยมกินแกล้มกันมากเป็น ปลาดิบ โบซัม ของกินปิ้งย่าง และก็ของกินรสเผ็ด

ไม่เฉพาะแต่ชาวเกาหลีเพียงแค่นั้นที่นิยมกินเหล้าโซจู หากทว่าโซจูยังเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่ม
ยอดนิยมเป็นอย่างมากทั้งยังในบาร์ประเทศญี่ปุ่นหรือแม้กระทั้งไทเป ปัจจุบันนี้ สุราโซจู
ยังขยายความนิยมไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั้งโลก จวบจนกระทั่งได้รับสมญานามว่า
 วอดก้าแห่งตะวันออก เครื่องดื่มที่ชาวแดนกิมจิภูมิใจเป็นยิ่งนัก

“หมอโอ๊ค” เผยภาพลูกสาว “น้องอลิน” เห็นที่คุณพ่อต้องเตรียมไว้หนวดเเล้วล่ะงานนี้ !!

 

” หมอโอ๊ค ” ยิ่งโตยิ่งสวยแถมฉายแววสวยขึ้นทุกวันสำหรับสาวน้อย “อลิน” ลูกสาวคนสวยของ โอปอล์ ปาณิสรา

 แล้วก็คุณพ่อ หมอโอ๊ค สมิทธิ์ ที่ก่อนหน้านี้มักจะเห็นคุณพ่อคุณแม่เปิดเผยโมเมนต์แก่นเซี้ยวของลูกชายลูกสาว
ออกมาให้แฟนคลับได้เห็นความน่ารักกัน

แต่ล่าสุดคุณพ่อหมอโอ๊ค ได้ปล่อยภาพเซ็ทที่น้องอลินปล่อยผมยาวสลวยสวยเก๋
แถมนั่งยิ้มหวานให้คุณพ่อ ฉายแววสวยจนแฟนคลับแห่เข้ามาชมกันใหญ่

ว่าตอนนี้น้องอลินฉายแววขนาดนี้โตขึ้นคุณพ่อต้องเตรียมไว้หนวดคอยกันท่าหนุ่มซะแล้ว

ไวน์แดง (Red Wine )

กระบวนการผลิตไวน์แดง 

 

กระบวนการผลิตไวน์แดง (Red Wine) ไม่ได้ต่างอะไรจากไวน์ขาว (Red Wine) เท่าไรนัก แต่สาเหตุที่ทำให้ไวน์มีสีแดง
นั่นเป็นเนื่องจาก มีการเพิ่มเปลือกองุ่น (Grape Skin), ขั้วองุ่น (Grape Pip) รวมถึงเมล็ด (Seed) เข้าไปในกระบวนการหมักด้วย 


ไม่เหมือนกับไวน์ (White Wine) ที่คัดเลือกเปลือก และส่วนอื่นๆทิ้งไป นอกจากนั้น ไวน์ยังถูกหมักในอุณหภูมิสูง
เพื่อสกัดเอาสีรสฝาดของแทนนิน (Tanin), กลิ่น รวมทั้งรส ออกมา ซึ่งจะมีความเข้มข้นแตกต่างกันไป 


ตามช่วงเวลาการทิ้งเปลือกองุ่นไว้กับน้ำองุ่นในขั้นตอนการหมัก พันธุ์องุ่นไวน์สำหรับบีกินเนอร์ (Beginner)
อาทิเช่น คาร์เบอเน โซวีญง (Cabernet Sauvignon), แมร์โล (Merlot), ปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir) และสินฟานเดล (Zinfandel) ฯลฯ

Food Pairing: 
การแพร์ริ่งไวน์คู่กับอาหาร ควรมองความหนักเบาจากบอดี้ (Body) ของไวน์ ประกอบ
ถ้าหากเป็นไวน์แดงแบบไลท์บอดี้ (Light Body Red Wine) สามารถจับคู่ได้กับ ผักย่างเนื้อเป็ด หรือไก่ แบบมีเดียมบอดี้ (Medium Body
จนถึงฟูลบอดี้ (Full Body) สามารถเข้ากันได้ดีกับอาหารจานเนื้อ เช่น สเต็กแฮมเบอร์เกอร์ หรือเนื้อรมควัน
แต่่ใครพึงพอใจการแพร์ริ่งไวน์กับอาหารเอเชีย (Asian Cuisine) คลิกดูได้ที่นี่

Recommended Wine Glass สำหรับไวน์ที่ผ่านการบ่มมามากยิ่งกว่า ปี แนะนำแก้วไวน์แดงที่มีกระเปาะแก้วกว้างเป็นพิเศษ
เพื่อให้ไวน์หายใจ (Oxidation) ได้ดีขึ้น อาทิเช่น แก้วไวน์เบอร์กันดี กรองค์ (Burgundy Grande Wine Glass)
หรือ แก้วไวน์เบอร์กันดี (Burgundy Wine Glass) ฯลฯ

100 PIPERSกับสูตรสำเร็จในตลาดเหล้านอก

 

100 PIPERS

100 PIPERS ย้อนหลังไปร่วม 20 ปีที่แล้ว สเปย์รอยัลเป็นรายแรกที่เข้ามาเปิดตลาดเหล้านอกเซ็กเม้นต์เซกันดารี่ การเปิดตลาดในช่วงนั้น ถือเป็นทางเลือกให้กับตลาดเหล้านอกที่มีเซ็กเม้นต์หลักๆ คือเหล้านอก 12 ปีหรือเหล้าระดับพรีเมียม ที่มีจอห์นนี่วอล์กเกอร์ แบล็กเลเบิล เป็นผู้นำตลาด และเหล้านอกระดับสแตนดาร์ดหรือเหล้า 5 ปี มีเรดเลเบิล เป็นผู้นำตลาด

สเปย์รอยัล เข้ามาเสนอทางเลือกใหม่ด้วยการวางราคาขายไว้ที่ขวดละประมาณกว่า 200 บาท และได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็วจากกลุ่มผู้บริโภคที่ส่วนใหญ่เป็นคอทองแดงรุ่นใหม่

ในฐานะของผู้บุกเบิกทำให้สเปย์ รอยัลเก็บผลพวงแห่งความสำเร็จด้วยการครองตำแหน่งผู้นำตลาดอย่างยาวนานจนกระทั่งในปี 2000 ก็ต้องเสียแชมป์ให้กับ 100 ไพเพอร์ส ของค่ายเพอร์นอตริคาร์ด ที่โหมทำกิจกรรมการตลาดอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านั้น

ปัจจัยที่ส่งให้ 100 ไปเปอร์สสามารถล้มแชมป์เก่าลงได้ มาจากการนำในเรื่องของ Product Image มาใช้ มีการอิงกับภาพพจน์เก่าๆ สมัยที่เคยเข้ามาทำตลาดเหล้าเซ็กเม้นต์สแตนดาร์ด และคนดื่มเองรู้จักแบรนด์นี้เป็นอย่างดี การเปิดตัวในช่วงแรกนั้น 100 ไพเพอร์ส มีการนำภาพลักษณ์ของแบรนด์ชีวาส เหล้าระดับพรีเมียมในเครือเดียวกันมาพ่วงท้าย โดยมีการใช้ Copy โฆษณาว่า 100 ไพเพอร์ส น้องชีวาส เพื่อแนะนำตัวในฐานะแบรนด์ในพอร์ตของเพอร์นอตริคาร์ด

ปกติแล้ว เหล้านอกมักจะมีจุดขายหลักๆ อยู่ 2 – 3 อย่าง จุดขายแรกก็คือ การนำในเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์ มาขาย โดยมีการสะท้อนไปสู่ภาพลักษณ์ของผู้บริโภค ส่วนจุดขายอีกอย่างที่นิยมใช้ก็คือ การวางตำแหน่งของสินค้าให้เป็นตัวเชื่อมความสนุกสนานของกลุ่มเพื่อน คือเป็นเหล้าที่ดื่มสนุกในกลุ่มเพื่อนๆ

แหล่งที่มา positioningmag