Jim Beam

Jim Beam Double Oak

 

”  Jim Beam Double Oak  เป็นเครื่องดื่ม สุดพรีเมี่ยมในตระกูล จิม บีม ตัวล่าสุดที่ทุกคนรอคอย ซึ่งได้ทำการรังสรรค์จากเบอร์เบินเลื่องชื่อของเคนตั๊กกี้ โดยการหมักบ่มในถังไม้โอ๊คอเมริกัน ไม่เพียงแค่หนึ่งถังแต่มากถึงสอง

ถังทีเดียว การรังสรรค์จากความเชี่ยวชาญการบ่มครั้งแรกนั้น เกิดขึ้นในถังไม้โอ๊คอเมริกันขาวรมไฟใหม่ (new charred American white oak barrels ) เฉกเช่นเบอร์เบินจากเคนตั๊กกี้อื่นๆของ จิม บีม ก่อนจะถูกถ่ายไปยังถังไม้โอ๊คที่สอง (a second charred oak barrel) สำหรับการหมักบ่มในช่วงต่อไป

Jim Beam Double Oak เป็นเครื่องดื่มสุดพรีเมี่ยมในตระกูล จิม บีม ตัวล่าสุดที่ทุกคนรอคอย ซึ่งได้ทำการรังสรรค์จากเบอร์เบินเลื่องชื่อของเคนตั๊กกี้ โดยการหมักบ่มในถังไม้โอ๊คอเมริกัน ไม่เพียงแค่หนึ่งถังแต่มากถึงสองถังทีเดียว การรังสรรค์จากความเชี่ยวชาญการบ่มครั้งแรกนั้น เกิดขึ้นในถังไม้โอ๊คอเมริกันขาวรมไฟใหม่ (new charred American white oak barrels ) เฉกเช่นเบอร์เบินจากเคนตั๊กกี้อื่นๆของ จิม บีม ก่อนจะถูกถ่ายไปยัง

ถังไม้โอ๊คที่สอง (a second charred oak barrel) สำหรับการหมักบ่มในช่วงต่อไป
กระบวนการผลิตโดยใช้ถังไม้สองครั้ง จะทำให้ผลิตภัณฑ์สัมผัสกับเนื้อไม้ได้อย่างดียิ่งขึ้น อันเป็นการดึงเอารสชาติที่นุ่มลึก และมีความสมดุลอย่างลงตัวออกมาได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์ก็คือรสที่เข้มแต่มีสัมผัสที่นุ่มนวล ซึ่งสามารถลิ้มรสได้ทั้งในแบบ ออนเดอะร็อค หรือ ในแบบ ดับเบิล โอ๊ค แฟชั่น ดังนั้นผู้ดื่มจะได้เพลิดเพลินไปกับกลิ่นวนิลา และกลิ่นไม้รมไฟเบาๆ ซึ่งจะนำไปสู่สัมผัสของกลิ่นไม้ถ่าน และกลิ่นไม้โอ๊ค โดยทิ้งไว้ซึ่งรสสัมผัส

ของคาราเมลและท๊อฟฟี่ รสสัมผัสสุดท้ายนี้ทำให้รู้ถึงความสมดุลที่เป็นเลิศของไม้โอ๊ดโดยรู้สึกได้บริเวณเพดานปาก
จิม บีม ได้ประกาศการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกใหม่ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นย่างก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของขวดเบอร์เบิน ของจิม บีมในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่กลางปี 2016 พอร์ตโฟลิโอของ จิม บีมก็ได้ทำการอัพเดทรูปโฉม และสไตล์ภายนอกของขวดให้สะท้อนถึงเบอร์เบินระดับพรีเมี่ยมที่ถูกบรรจุอยู่ในขวด ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังคงดำเนินตามสูตรเฉพาะของตระกูลจิม บีม ที่สืบทอดกันมากว่า 200 ปี การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่นี้เป็นการปรับปรุงโครงสร้างขวดให้ดูพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น รวมถึง รูปลักษณ์ที่ดูสดใสมากขึ้น ฉลากที่ออกแบบดูสะอาดตาบนกระดาษ ฟอยล์สีทองคุณภาพสูงและเคลือบแบบด้าน สัญลักษณ์โรงกลั่นที่ดูมีชีวิตชีวากว่าเดิม พร้อมโลโก้ “ลายดอกกุหลาบ” ที่สละสลวย และผนึกปิดขวดที่มีเอกลักษณ์พิเศษด้วยลายเส้นที่บ่งบอกถึงความมีระดับ

แหล่งที่มา glamthailand

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *